Overhead crane, เครนโรงงาน



      บริษัทแก้วเก้า ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ผู้ผลิตและติดตั้งงาน เครนไฟฟ้า (Overhead crane) , รอกไฟฟ้า (Electric hoist) , ให้คำปรึกษา ออกแบบ งานโครงสร้างเครน พร้อมอุปกรณ์ ซึ่งเครนไฟฟ้านั้นมีหลายประเภท หลายขนาด ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้งานให้เหมาะสมกับโรงงานหรือขนาดของตัวโรงงานผู้ประกอบการลักษณะของเครนไฟฟ้าที่มีใช้อยู่ในโรงงานอุตสาหกรรม มีอธิบายพอสังเขป ดังนี้
 

    

      เครนเหนือศีรษะ แบบคานเดี่ยว มีความเหมาะสมใช้กับโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้งานยกน้ำหนักไม่หนักมาก ซึ่งควรมีความกว้างใช้งานตั้งแต่   6 - 25 เมตร  และควรมีน้ำหนักยกตั้งแต่ 0.1 ตัน ถึง 12.5 ตัน เป็นมาตรฐาน ซึ่งจะมีรอกไฟฟ้าสำหรับเครนแบบคานเดี่ยวที่ออกแบบผลิตเป็นมาตรฐานรุ่นต่างๆ ไว้แล้ว สำหรับใช้งานแขวนประกอบกับเครนชนิดนี้ โดยมีความเหมาะสมและปลอดภัย  สำหรับเครนชนิดนี้ถือเป็นเครนไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมใช้กันมากที่สุดสำหรับทุกงานอุตสาหกรรมในประเทศไทย  เพราะโครงสร้างตัวเครนมีน้ำหนักเบาซึ่งไม่เป็นภาระหนักสำหรับโครงสร้างเสาโรงงาน  และใช้พื้นที่ความสูงจากรางวิ่งเครนถึงหลังคาไม่มากนัก สามารถเคลื่อนที่ยกวัตถุได้ชิดซ้าย-ขวา ได้มากขึ้น เมื่อใช้รอกไฟฟ้า Street รุ่นใหม่ และชิดหน้า-หลัง ของโรงงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพราะสัดส่วนความกว้างของชุดขาเครน (เส้นผ่านศูนย์กลางจากระยะล้อ-ล้อ) ตามมาตรฐาน BS  Standard ระยะปลอดภัยอยู่ที่ประมาณ 1/6 ของความกว้างชุดเครนเท่านั้น  และสำหรับเรื่องเกี่ยวกับความเร็วในการใช้งานความเครนที่เหมาะสม ซึ่งควรมีความเร็วแบ่งเป็น  2 จังหวะ คือ จังหวะเคลื่อนที่ช้า และเร็วในทิศทางเดียวกัน และปัจจุบันได้มีการนำชุด Inverter เข้ามาใช้ในการคอนโทรลเครนไฟฟ้าเคลื่อนตามแนวระดับราบ เช่นการเคลื่อนที่ของเครนเหนือศีรษะบนรางวิ่งแนวขวาง ซ้าย-ขวา และแนวยาว หน้า-หลังของโรงงาน ทำให้ชุดเครนเคลื่อนที่ได้อย่างนิ่มนวล ลดการสึกหรอ และประหยัดพลังงานอีกด้วย เพื่อให้การใช้งานเครนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสะดวกรวดเร็ว พร้อมทั้งยกวัตถุเคลื่อนที่จัดวางได้อย่างนิ่มนวล และปลอดภัย

     สำหรับในเรื่องการยกสูงผู้ใช้งานทั่วไปส่วนใหญ่ต้องการระยะในการยกสูงประมาณ 5 - 10 เมตร โดยวัดจากพื้นถึงระยะตะขอยกขึ้นสูงสุดถึงใต้คานของเครนไฟฟ้าชนิดนี้

     


     

   
เครนเหนือศีรษะ แบบคานคู่  มีความเหมาะสมกับโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้งานยกน้ำหนักที่หนักมาก ซึ่งควรมีความกว้างใช้งานตั้งแต่  
10 - 30 เมตร  และควรมีน้ำหนักยกตั้งแต่ 5 ตัน ถึง 50 ตัน เป็นมาตรฐาน ซึ่งจะมีรอกไฟฟ้าสำหรับเครนแบบคานคู่ที่ออกแบบผลิตเป็นมาตรฐานรุ่นต่างๆ ไว้แล้ว สำหรับใช้งานวางบนเครนแบบคานคู่  โดยมีความเหมาะสมและปลอดภัย  สำหรับเครนเหนือศีรษะแบบคานคู่ถือเป็นเครนไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมรองลงมาจากเครนเหนือศีรษะแบบคานเดี่ยว เพราะส่วนมากจะใช้สำหรับงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ซึ่งมีไม่มากนัก เมื่อเปรียบเทียบกับอุตสาหกรรมขนาดเล็ก และโครงสร้างตัวเครนเป็นแบบคานคู่จึงมีน้ำหนักรวมโครงสร้างมากกว่าเครนแบบคานเดี่ยวในขนาดของเครนที่ใช้ยกน้ำหนักที่เท่ากัน จึงเป็นภาระหนักที่มากกว่าสำหรับโครงสร้างเสาโรงงาน  แต่ถ้างานที่ต้องการใช้เครนไฟฟ้ามีน้ำหนักยกที่หนักมาก หรือเป็นเครนขนาดกว้างมาก เครนเหนือศีรษะ แบบคานคู่จะเหมาะสมมากกว่า เพระมีโครงสร้างที่มีความแข็งแรงและปลอดภัยมากกว่า เหมาะสมกับโรงงานที่ต้องการใช้เครนเหนือศีรษะยกน้ำหนักตั้งแต่ขนาด 10 ตันขึ้นไป และ/หรือ มีความกว้างของโรงงานมากกว่า 20 เมตรขึ้นไป   และสำหรับเรื่องเกี่ยวกับความเร็วในการใช้งานความเครนที่เหมาะสม ซึ่งควรมีความเร็วแบ่งเป็น  2 จังหวะ คือ จังหวะเคลื่อนที่ช้า และเร็วในทิศทางเดียวกัน  เหมือนกับเครนเหนือศีรษะ แบบคานเดี่ยวทุกประการ แต่เมื่อต้องใช้เครนขนาดที่ใหญ่ขึ้น ก็ควรเลือกใช้ระบบความเร็วที่ช้ากว่าเครนขนาดเล็ก เพื่อการทำงานที่ความปลอดภัย

     สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปส่วนใหญ่ต้องการระยะในการยกสูงประมาณ  6-12 เมตร โดยวัดจากพื้นถึงระยะตะขอยกขึ้นสูงสุดถึงใต้คานของเครนไฟฟ้าชนิดนี้

    



   
 เครนสนามขาสูง 2 ข้าง แบบคานเดี่ยว
มีความเหมาะสมใช้ติดตั้งบนพื้นที่กลางแจ้ง และในร่มใต้หลังคาโรงงาน สำหรับโรงงานที่ไม่ได้เตรียมโครงสร้างเสาไว้เพื่อรับเครนเหนือศีรษะ ซึ่งมีความจำเป็นต้องติดตั้งเครนสนามขาสูง  2 ข้าง วางบนพื้นโรงงาน และลักษณะเช่นเดี่ยวกับเครนเหนือศีรษะแบบคานเดี่ยวที่มีความเหมาะสมสำหรับอุตสาหกรรมที่ใช้งานยกน้ำหนักไม่หนักมาก ควรมีความกว้างใช้งานตั้งแต่  6 -20 เมตร  และควรมีน้ำหนักยกตั้งแต่ 0.1 ตัน ถึง 12.5 ตัน เป็นมาตรฐาน ซึ่งจะมีรอกไฟฟ้าสำหรับเครนแบบคานเดี่ยวที่ออกแบบผลิตเป็นมาตรฐานรุ่นต่างๆ ไว้แล้ว สำหรับใช้งานแขวนประกอบกับเครนชนิดนี้โดยมีความเหมาะสมและปลอดภัย  ซึ่งเครนสนามขาสูง 2 ข้าง ถือเป็นเครนไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมใช้กันไม่มากนักในการนำมาใช้ติดตั้งภายในตัวอาคารโรงงาน  เพราะจะไม่สะดวกมากนักเมื่อเปรียบเทียบกับเครนเหนือศีรษะที่วิ่งอยู่บนรางวิ่งด้านบนหูช้างที่เชื่อมติดกับเสาโรงงาน  เนื่องจากมีชุดขาเครนวิ่งที่วางอยู่บนพื้นที่ด้านล่างจะทำให้เสียพื้นที่ในการใช้งานทั้ง  2 ด้านของโรงงาน ตลอดความยาวของอาคารโรงงานไปทั้งหมดแต่ดังที่กล่าวไว้ด้านบนคือ เหมาะกับเรื่องที่ต้องแก้ปัญหาสำหรับโรงงานที่ไม่ได้เตรียมโครงสร้างเสาที่แข็งแรงไว้รองรับน้ำหนักเครนเหนือศีรษะ และรางวิ่งเครนด้านบน  หรือเหมาะกับงานที่ต้องการใช้ยกวัตถุหรือสินค้ากลางแจ้งที่ไม่ต้องการสร้างโครงสร้างโรงงาน แต่ผู้ติดตั้งเครนก็จะต้องเตรียมงานฐานรากและคานใต้ดินไว้อย่างแข็งแรง เพื่อรองรับรางวิ่งเครนเช่นกัน เพราะเครนสนามขาสูงมีน้ำหนักกดลงบนรางมาก และต้องวิ่งบนรางวิ่งที่มีระดับเท่ากัน และแนวตรงตลอดทาง  ซึ่งถ้าฐานรากใต้รางวิ่งไม่แข็งแรงพอก็ทำให้รางเครนทรุดตัว  และชุดโครงสร้างเครนอาจมีปัญหาเกิดขึ้นได้

     สิ่งสำคัญเครนสนามขาสูง 2 ข้าง แบบคานเดี่ยวไม่ควรทำขนาดความกว้างของชุดคานเครนเกินกว่า 20 เมตร และน้ำหนักยกเกินกว่า 12.5 ตัน หรือใช้ความเร็ววิ่งตามแนวยาวเกินกว่า 25 เมตร/นาที เพราะเนื่องจากเป็นเครนแบบคานเดี่ยว และตัวเครนยกขาสูง  2 ข้าง ถ้าออกแบบเครนกว้างเกินไป โดยใช้ยกน้ำหนักที่มาก  หรือเคลื่อนที่เร็วเกินไป  เมื่อเกิดความฝืดของล้อกับพื้นผิวรางวิ่ง หรือระดับรางทั้ง 2 ด้านไม่เท่ากัน ทำให้ขาเครนทั้ง  2 ด้านออกตัวไม่เท่ากัน ถ้าออกแบบโครงสร้างคานเครนไม่แข็งแรงนัก จะเกิดปัญหากับชุดคานเครนดัดตัวบิดโค้งงอตัวได้ หรือทำให้โครงสร้างชุดเครนล้มลงเป็นอันตรายได้




เครนสนามขาสูง 2 ข้าง แบบคานคู่
  มีความเหมาะสมใช้ติดตั้งบนพื้นที่กลางแจ้ง และในร่มใต้หลังคาโรงงาน สำหรับโรงงานที่ไม่ได้เตรียมโครงสร้างเสาไว้เพื่อรับเครนเหนือศีรษะ ทุกประการเช่นเดียวกับเครนสนามขาสูง 2 ข้าง แบบคานเดี่ยว และลักษณะเช่นเดียวกับเครนเหนือศีรษะแบบคานคู่ ที่มีความเหมาะสมกับโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้งานยกน้ำหนักที่หนักมาก ควรที่มีความกว้างใช้งานตั้งแต่   10 - 30 เมตร  และควรมีน้ำหนักยกตั้งแต่ 5 ตัน ถึง 50 ตัน เป็นมาตรฐาน ซึ่งจะมีรอกไฟฟ้าสำหรับเครนแบบคานคู่ที่ออกแบบผลิตเป็นมาตรฐานรุ่นต่างๆ ไว้แล้ว สำหรับใช้วางบนเครนแบบคานคู่ โดยมีความเหมาะสมและปลอดภัย  ซึ่งเครนสนามขาสูง 2 ข้าง แบบคานคู่ ถือเป็นเครนไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมใช้ไม่ค่อยมากเช่นกัน  เพราะเหตุผลเช่นเดียวกันเครนสนามขาสูงแบบคานเดี่ยว  และอีกประการประเทศไทยสภาวะอากาศร้อน และฝนตกบ่อย จึงไม่ค่อยมีคนงานยอมทำงานกลางแจ้งในกรณีที่ต้องการติดตั้งเครนไว้นอกอาคาร แต่เครนชนิดนี้ก็มีความจำเป็นกับงานอุตสาหกรรมบางประเภท เช่น งานเทหล่อแบบชิ้นงานหรือเทเสาคอนกรีตที่ต้องการความร้อนของแสงแดดช่วยทำงาน  งานประกอบโครงสร้างขนาดใหญ่ หรืองานที่ต้องการเก็บวัตถุดิบที่มีน้ำหนัก หรือประเภทตู้คอนเทรนเนอร์สินค้าจำนวนมาก ที่สินค้าไม่มีปัญหาต้องเป็นกังวลเรื่องน้ำฝน ฝุ่น และความร้อน และที่สำคัญในการใช้เครนสนามขาสูงติดตั้งนอกอาคาร คือความประหยัดเงินจำนวนมาก ที่ไม่ต้องลงทุนสร้างตัวอาคารโรงงานขึ้นมาปกคลุมสินค้า อีกด้วย

     

Visitors: 33,998